การจะทำให้เว็บบล็อของเรามียอด Follow เยอะๆ และมีคนเข้าชมมากๆ สิ่งสำคัญที่เราต้องทำก็คือการโปรโมทให้ชาวโลกได้รู้จัก ซึ่งการจะทำให้คนเห็นโพสต์เเต่ละโพสต์ที่เราเผยเเพร่ออกไปนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก เเต่ก็ไม่ยากเกินความพยายามของเราเเน่นอน เเละสิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือสุดยอดเครื่องมือที่จะช่วยให้บล็อกของเรามีโอกาสขึ้นไปปรากฎใน Search Engine ซึ่งนี่คือหนทางที่จะทำให้เว็บเราเติบโตเเละประสบความสำเร็จได้
ข้อดีของเครื่องมือเหล่านี้คือ?
- ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมให้มากขึ้น
- ช่วยให้บล็อกของเรามีโอกาสปรากฎใน Search Engine ได้ดียิ่งขึ้น
- ฟรีตลอดงานไม่เสียค่าใช้จ่าย
- ใช้งานง่าย สะดวก เเละทรงประสิทธิภาพม๊ากมาก
นี่คือเครื่องมือที่เรากำลังกล่าวถึง
1. Google Trends
Google Trends จะช่วยให้เราค้นพบ keyword ยอดนิยมที่ผู้คนใช้ค้นหาใน Google เพื่อใช้เป็นเเนวทางในการกำหนด Keyword ที่จะใช้ในการเขียนบล็อก ซึ่งนั่นจะช่วยเพิ่มโอกาสให้บล็อกของเราปรากฎใน Search engine สูงขึ้น
https://www.google.com/trends/
2. Google Adwords Key Planner
เป็น เครื่องมือวางแผนคำหลัก จะช่วยให้เราทราบถึงปริมาณการค้นหาคำต่างๆ ที่ผู้คนพิมพ์หาใน google นั่นจะช่วยให้เรากำหนดคำหลักที่จะใช้เขียนบล็อกได้เป็นอย่างดี เเละนอกจากนี้ Google Adwords Key Planner ยังมีประโยชน์อย่างมากในการตั้งชื่อ url ของบล็อก เพราะถ้าหากเราสามารถตั้งชื่อบล็อกได้ตรงกับคำค้นหา บล็อกเรามีโอกาสปรากฎใน Search Engine สูงขึ้น ดังนั้น คนที่ต้องการ สร้างบล็อก จึงควรใช้เครื่องมือนี้ค้นหาคำหลักก่อน เเล้วจึงทำการตั้งชื่อ url ของบล็อก
https://adwords.google.com/KeywordPlanner?hl=th
3. Robot.txt Tester
เป็นไฟล์ที่ใช้บอก Search Engine มาเก็บข้อมูลในเว็บบล็อกของเรา เเละถ้าหากเราไม่ต้องการให้ robot ของ Search Engine เข้าถึงข้อมูลในบล็อก เราสามารถกำหนดได้โดยใช้เครื่องมือชนิดนี้ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการป้องกันข้อมูลลับของเราที่ไม่ให้ขึ้นไปติดอยู่บน search engine เช่น ชื่อ-สกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ ข้อมูลส่วนตัว ฯลฯ
ความรู้เกี่ยวกับ robot.txt
ตัวอย่างที่ 1
ไม่ต้องการให้บอทของทุก Search Engine มาเก็บข้อมูล เขียนคำสั่ง robots.txt ดังนี้
User-agent: *
Disallow: /
ตัวอย่างที่ 2
ต้องการให้บอทของทุก Search Engine มาเก็บข้อมูล เขียนคำสั่ง robots.txt ดังนี้
User-agent: *
Allow: /
ตัวอย่างที่ 3
ต้องการให้บอทเก็บข้อมูลในบางส่วนที่เราต้องการเปิดเผย
User-agent: *
Allow: /content
Disallow: /admin
Allow: /pic
Disallow: /xxx
User-agent: *
Allow: /
ตัวอย่างที่ 3
ต้องการให้บอทเก็บข้อมูลในบางส่วนที่เราต้องการเปิดเผย
User-agent: *
Allow: /content
Disallow: /admin
Allow: /pic
Disallow: /xxx
อธิบายเพิ่มเติม
Allow คือ อนุญาติให้บอทเก็บข้อมูลที่ระบุไว้ ซึ่งในตัวอย่างคือ โพลเดอร์ content และ picDisallow คือ ไม่อนุญาตให้บอทเก็บข้อที่ระบุไว้ ซึ่งในตัวอย่างคือ admin และ xxx
ตัวอย่างที่ 4
ต้องการให้บอทของ Search Engine เฉพาะบางที่มาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ได้
User-agent: Googlebot
User-agent: msnbot
Allow: /
User-agent: msnbot
Allow: /
เป็นการอนุญาตให้เฉพาะบอทจาก Google และ MSN เท่านั้น ที่มีสิทธ์เก็บข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์
ไม่ต้องการให้บอทของทุก Search Engine มาเก็บข้อมูล เฉพาะบางไฟล์ หรือบางโฟลเดอร์ (นอกจากไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ระบุ บอทสามารถเก็บข้อมูลได้)
User-agent: *
Disallow: /foldername
Disallow: /filename
Disallow: /*.jpg$ (กำหนดให้ไม่ต้องเก็บไฟล์ ที่มีนามสกุล .jpg)
4. HTML/XHTML validator
Markup หรือเรียกอีกอย่างว่า markup language คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นภาษาที่แสดงข้อมูล โครงสร้าง รูปแบบ ตลอดจนข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน ตัวอย่างภาษามาร์กอัป เช่น HTML, XML, SGMLเป็นต้น
https://validator.w3.org
5. CSS Validator
CSS ย่อมาจากคำว่า Cascading Style Sheets คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ ใช้ในการจัดรูปแบบและโครงสร้างของเอกสารที่เขียนจากภาษา HTML เช่น ตกเเต่งสีสัน ตัวอักษร เส้นขอบ พื้นหลัง ระยะห่าง ของเอกสาร เป็นต้น
https://jigsaw.w3.org/css-validator/






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น